Hello World~
ย้อนกลับไปวันเดินทางไปอเมริกา งานนี้น้องชายคนเดียวของพี่แทนเค้าฟิตอะไรไม่รู้ ลางานมาส่งพี่สาว (แต่ได้ข่าวจริงๆ ขับไปส่งเมียไปทำงานที่อยุธยา แล้วก็รับพ่อกับแม่ ส้มฉุน เพื่อมาส่งเธอนะ ฮ่าๆๆ) "ก็ยังดีฟะ" อิอิ
เอารถไปสองคัน ของน้อง กับของพี่แทนเองเพราะพ่อจะได้ขับกลับจากแมนชั่นไปบ้านรังสิต ทีมมาส่งมารอใต้แมนชั่นคนบนห้องยังง่วนกับการจัดของอยู่เลย ของเยอะมากก หลายกระเป๋าด้วย อาเธอร์รับภาระหนักเลยคับพี่น้อง เพราะหลังจากหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่อาทิตย์นึงไม่รู้จะแพคยังไง นาทีสุดท้ายบอกเธอจัดเลย จะโยนๆ อะไรใส่ก็ตามใจ
ก็ปุเลงกันไป เซอฟิโร่ของคุณน้องดิชั้นหน้าแหงนเลย ฮ่าๆๆ ให้อาเธอร์ไปกับรถน้องเพราะหนุ่มเค้าจะได้สปีคอิงลิชกัน น้องบอกว่าตั้งแต่กลับจากอังกฤษไม่ได้สปีคกับใครนานๆ เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้มาก่อน แอบกี๊ดดด(สาวแตกมาก) อิอิ แล้วพูดถึงเรื่องสาวแตก น้องดิชั้นก็เม๊าท์ว่าที่พี่เขย(ที่อายุอ่อนกว่ามันอีก)
เรื่องก็คือคุณน้องถอยกล้องตัวใหม่ แคนนอน 40D อะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ อย่างเทพ ตัวบะฮึ่ม...ก็เลยร้อนของ ถ่ายดะ...แล้วภาระนายแบบจำเป็นก็ตกเป็นของคุณมังกี้บลูอายส์ ดูรูปก่อนแล้วเดี๋ยวจะเม๊าท์ให้ฟัง

อาเธอร์นี่แบบ...ชัตเตอร์ลั่นปั๊บตาจิกยิ้มหวานรอเลยอ่ะ น้องชายบอก โหยย สาวมากเลย แบบสู้กล้องมาก เรื่องนี้ต้องให้เจเจมาช่วยคอนเฟิร์ม กรั่กๆๆ เพราะเวลาไปเที่ยวกันเสียงเจเจจะบอกตลอดว่า โหยย..ไม่พลาดซักช๊อต สู้กล้องมากเลยแฟนคุณพี่ หล่อลากเหลือเฟือศักดิ์ (กร๊ากก ชื่อนี้แอบคิดเพราะเป็นแฟนเวปจีบัน เห็นเค้าเรียกลูกชายแล้วชอบใจมาก) รูปที่ถ่ายออกมาก็ดูดีทีเดียว ฝีมือน้องชายก็ใช้ได้ ว่าไปเค้าก็ได้เลือดคุณตามาเพราะคุณตาของพี่แทนเป็นช่างภาพ มีห้องภาพ นี่ได้ข่าวว่าน้องชายกำลังฝึกปรือฝีมือเพื่อรับจ๊อบ ลองไปดูฝีมือเค้าได้ที่ บอร์นทูบีจอห์นดอทมัลติพลาย
หมวกดีเซลที่ใส่นั่นแอบแฮ๊ปของป๊ะป๋าพี่แทนกลับอเมริกาด้วยนะ มาอยู่เมืองไทยสองเดือนผมเผ้าเริ่มยาว ด้วยความหวงแฟนแอนด์ประหยัดไม่ต้องไปตัดที่ไหน ดิชั้น "แทนบาร์เบอร์" จัดห้ายยยย...หล่อไม่หล่อไม่รู้แต่อาเธอร์ไม่ยอมถอดหมวกอีกเลยง่ะ ฮ่าๆๆ ล้อเล่นๆ ก็ตัดเป็นนา ดูตรงจอนข้างหูดิ่ก็ใช้ได้อยู่นะ
Life in USA...
ช่วงนี้พักอยู่กับน้องสาวน้องชายพี่พลัดพรากจากกันมานานหลายเดือน ม่ะคืนเราหอบกันไปกินอาหารไทย คุณพี่ล่ะกลุ้ม อยู่เมืองไทยแต่ไม่ได้กินอาหารไทยต้องหอบมากินถึงอเมริกา แล้วพอร์ชั่นที่นี่ก็อย่างเบิ้ม เยอะมากกกก อร่อยด้วย กินเสร็จเรียกเช็ค(เก็บเงิน) แบมือขออาเธอร์แล้วบอกไม่มีตังค์ กรั่กๆๆ พอออกมาจากร้าน จะบอกกับน้องอ้อว่าจริงๆ พี่แทนแลกเงินสดติดตัวมาแสนนึงไง แต่ลืมตัวพูดภาษาอังกฤษออกไปว่า "มีความลับจะบอกนะน้องอ้อ" อาเธอร์หันขวับ เลยต๊กกะใจว่าอ้าวเฮ๊ย ตูพูดอังกฤษทำไม แล้วความลับจะเป็นความลับไม๊นั่น กรั่กๆๆ เอ๋อมาก เลยต้องหุบปากเงียบ คนรอฟังความลับก็รอต่อไป อิอิ
นี่วันที่ 4 อินดิเพนเด้นท์เดย์ของอเมริกา ทางฝั่งอินเดียน่ารีเควสอยากให้เราสองคนกลับไปมาก แต่พอเช็คราคาตั๋ว ช่วงนี้ไฮซีซั่น จากที่อาเธอร์เคยบินมาร้อยกว่าเหรียญตอนนี้ล่อไปสามสี่ร้อย แถมต้องไปทรานซิทอีก...โฮกกกก เอาไงดีวะคะเนี่ย จะให้อาเธอร์บินกลับคนเดียวก็กระไร มาด้วยกัน ไปด้วยกันดีกว่า จากที่เคยจะผลักภาระให้อาเธอร์ดูแลค่าใช้จ่ายที่อเมริกาทั้งหมด งานนี้พี่แทนของทุกคนแมนอีกแล้ว ม่ะคืนบอกเค้าว่าเดี๋ยวชั้นรูดเครดิตจ่ายในส่วนของชั้นเอง เธอไม่ต้องออกให้หรอก อาเธอร์ก็บอกไม่เป็นไร เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเพียงแต่รู้สึกว่ามันไม่น่าจะแพงเท่าตัวขนาดนั้น
พูดถึงเรื่องความแมนของคุณพี่แล้วนึกถึงตอนจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินตอนอยู่เมืองไทย ก็อาเธอร์ออฟเฟอร์จ่ายให้มันก็ควรจะกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจใช่ม๊ะ แต่เอาเข้าจริงๆ รู้สึกเกรงใจเค้ามากๆ เลยแอบแว๊บไปกดเงินสดมาช่วยจ่ายครึ่งนึง (ตอนนี้มานึกเสียดายเหมือนกันไม่น่าแอ๊บแมนเลยตู ฮ่าๆๆ) สามหมื่นก็ได้ตั้งพันเหรียญ ในชีวิตก็มีครั้งนี้แหล่ะที่ทำตัวกระจอกใส่แฟน ม่ะก่อนน่ะไอ้แบมือขอเงินนี่ไม่ได้แอ้มหรอก แมนโคตร แมนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว (ทำไมไม่เป็นทอมให้รู้แล้วรู้รอดฟะ อ้อๆ..แต่ได้ข่าวว่าเคยมีแฟนทอมนะคะ ฮ่าๆๆ) ช่วงที่อาเธอร์บินถึงเมืองไทยใหม่ๆ เดือนแรกนี่คุณพี่ก็ทำตัวเป็นป๋าตลอดนะ เปย์ไม่อั้น กินดื่มมื้อนึงไม่ต่ำกว่าพัน ไอ้ข้าวแกงจานละสามสิบห้านี่หมดสิทธิ์เพราะคุณคนนี้เค้าอนามัยจัดกลัวขี้แตก มื้อแต่ละมื้อเลยตกไปที่ฟูจิร้อยละเจ็ดสิบ ซิสเลอร์สามสิบ สลับกันกินสองร้านนี้ซะส่วนใหญ่
คือไม่มีจริงๆ ด้วยแล้วก็อยากวัดใจคนที่จะกินอยู่กับเราไปอีกนานๆ ว่าเค้าจะมีท่าทียังไงมั่งน๊อ จะเปย์ไม่อั้นเหมือนดิชั้นไม๊น๊า ฮ่าๆๆ (โอ๊ย โม้มากไปดีกว่า)
เจเจ...คิดถึงพี่ยังอ่ะ ฝากโทรโข่งบอกคุณดิสด้วย..อิอิ