สวัสดีมิตรรักชาวไดฯ ของคุณพี่
(ไดฯ วันนี้พิมพ์พูดคุยกันตามประสาพี่ๆ น้องๆ ขาจรที่เข้ามาอ่านอย่าได้เข้าใจผิดคิดไปว่าพี่แทนจะมาอวดโชว์อะไร "ไม่มีอะไรให้อวดให้โชว์ด้วย ฮ่าๆๆ"...แค่อัพเดทความเป็นไปให้คนที่เค้ารักกันอ่าน คงเข้าใจนะจ๊ะ)
หวังว่าทุกคนคงสบายดีนะคะ พี่แทนก็สบายดีมีความสุขตามอัตภาพ ช่วงนี้ก็วุ่นๆ เกี่ยวกับการหาซื้ออะไรต่ออะไรแหล่ะ อีกสิบหกวันจะถึงดิวเดท ยังไม่ได้แหวนแต่งงานเลยครับพี่น้อง...โฮกกก นิ้วเล็กเท่าหอยมดแคระ หาไซส์ยากจริงๆ บางที่ก็ใช้เวลาเกือบเดือนในการรีไซส์ วิ่งวุ่นหาร้านขายเครื่องประดับกันเหนื่อยเลย สุดท้ายก็ไปเจอในตัวเมืองพลีมัธ(ชื่อเมืองเหมือนอังกฤษเลย) ร้านนี้คนขายไนซ์มาก ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง งบกี่ร้อยกี่พันจัดให้ได้ เด๋วเสาร์นี้ลากอาเธอร์ไปลองแหวน เพราะร้านนี้เค้ารีไซส์เสร็จภายในห้านาที ชำนาญมาก

มือสวยสู้นางแบบได้ไม๊ แต่ที่แน่ๆ เดอะร็อคนั้นห่างไกลกันสุดกู่..กรั่กๆๆ
อยากแอบได้แหวนที่นิ้วนางแบบมากเลย
สร้อย กำไล และตุ้มหูนั้นเป็นสมบัติเก่าจะเอามาใส่ในวันงาน
ตอนนี้พี่แทนตกที่นั่งเป็นคู่หมั้นของอาเธอร์ ก็เลยต้องสวมแหวน ซึ่งมันไม่ใช่แหวนหมั้นหรอก แต่เป็นโพรมิสซิ่งริงที่เอาไว้ใส่ขำขำ แหวนวงน้อยเพชรจิ๋วหลิวแต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะเรามีวงใหญ่รออยู่(กร๊ากก..) แอร๊ย!! ไม่ใช่ๆ จะซึ้งซะหน่อย แหวนจะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญหรอก อยู่ที่ว่ามันมาจากคนที่รักเราและเค้าตั้งใจจะให้เราตะหาก

ถ่ายมาได้ดีแค่นี้ เบลอเชียว ซูมก็ไม่ชัด พยายามถ่ายใกล้ๆ จะได้ให้มันดูว่าใหญ่ไง ฮ่าๆๆ
"แหวนคำมั่นสัญญา" หรือ promise ring
(มือเหี่ยวมากป้าเอ๊ย)
PS!!! แหวน "คำมั่นสัญญา" หรือ Promise Ring ในรูปนั้นยังไม่ใช่แหวนแต่งงานนะจ๊ะ ฝรั่งเค้าจะมีแหวนหลายสเต็ปมาก แหวน Promise Ring แหวน Engagement Ring แล้วก็ Wedding Ring แต่รู้สึกจะสลับกับบ้านเราตรงที่แหวนหมั้นเมืองไทยจะเป็นเพชรชู ส่วนแหวนแต่งงานจะเป็นกลมเกลี้ยงทองหรือทองคำขาว ของฝรั่งเค้าแหวนกลมเกลี้ยงจะเป็นแหวนหมั้นแล้วเพชรชูจะเป็นแหวนแต่งงาน ผิดถูกยังไงผู้รู้มาช่วยแก้ด้วยเพราะอันนี้ฟังๆ จากที่พนักงานขายเค้าบอกง่ะ ส่วนแหวนแต่งงานนั้นคุณพี่ยังไม่ได้มาครอบครอง เอาไว้วันงานคงได้เห็นกันว่าจะเป็นแบบไหนเน๊าะ
ตอนแรกตั้งงบประมาณแหวนแต่งงานไว้ในใจว่าคงเอาไม่กี่ร้อยเหรียญเพราะเกรงใจคุณว่าที่ ก็อย่างที่บอกว่าจะเล็กจะใหญ่มันไม่สำคัญหรอก..อะไรงี้ แต่ในความเป็นผู้หญิงนี่มันก็ย๊ากอยากได้ของสวยๆ งามๆ เน๊าะ พออาเธอร์ออฟเฟอร์ว่าคุณเลือกสิ พี่แทนก็แกล้งถามว่าเธอให้งบชั้นเท่าไหร่(ในใจงี้ดี๊ด๊าสุดๆ) เค้าก็บอกว่าเรามีเรื่องต้องใช้เงินอีกเยอะ มีอะไรที่ต้องทำอีกมากมาย แต่ถ้ามันทำให้คุณมีความสุขก็ตามใจ เอาว่าสักสองพันเหรียญพอไม๊
โห...แฟนฉันใจป้ำนะเนี่ย เพราะเท่าที่เห็นอาเธอร์ใช้จ่ายเงินอย่างรู้คุณค่ามาก ประหยัดแต่ไม่ถึงกับขี้เหนียว เสื้อผ้ากุงเกงลิงนี่ขอบเปื่อยก็ไม่ยอมซื้อใหม่ บอกว่ายังใส่ได้เอาหนังกะติ๊กรัดเอา(ฮ่าๆ อันนี้ล้อเล่น) สองพันเหรียญคิดเป็นเงินไทยก็เกือบเจ็ดหมื่นเน๊าะ (เกือบเท่าราคาตั๋วเครื่องบินดิชั้นเลย) สำหรับพวกเศรษฐีเงินแค่นี้จิ๊บจ๊อย แต่สำหรับคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่นี่ อเมริกานี่ก็ถือว่าไม่น้อยล่ะ พี่แทนซึ่งเป็นคนดีมาก..(กร๊าก) ก็คงไม่สามารถเห็นแก่ความอยากได้ของตัวเองจนลืมนึกถึงภาระร่วมกันในอนาคต มีเงินติดตัวไว้น่ะดีที่สุดพ่อบอก เสาร์นี้คงตัดสินใจเลือกเอาสักวงที่ราคาสมน้ำสมเนื้อ ไม่ให้ที่บ้านเค้าว่าเราได้ว่าจะมาขูดเลือดขูดเนื้อลูกชายเค้า
หมดเรื่องแหวนก็เรื่องชุด เรื่องงานเลี้ยง เรื่องฮันนีมูน...วี๊ดวิ่ว อันนี้เป็นรีเควสของคุณพี่เองบอกอาเธอร์ว่าวันแต่งงานเราไปหาที่นอนกันที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านแม่เธอกันเถอะ B&B เล็กๆ โรแมนติคตามชนบทป่าเขาอะไรก็ว่าไป อาเธอร์เลยนึกถึงรีสอร์ทอันนึงที่เค้าเคยไปแล้วชอบมาก งานมีวันศุกร์ตอนบ่าย มีรีเซฟชั่นเล็กๆ ใช้เวลาไม่ต้องนานแล้วเราก็ขับรถไปกันเลย
ช่วงนี้อยู่บ้านแม่อาเธอร์ก็เป็นช่วงเวลาของการปรับตัว จากความสงบมาสู่ความวุ่นวายก็ต้องรับมือให้ได้ ก่อนที่เราจะออกไปใช้ชีวิตด้วยกันสองคนเมื่อเวลาอันสมควร อยากมีบ้านเล็กๆ ก็พอจะได้ไม่ต้องทำความสะอาดเยอะ แต่ขอเตียงใหญ่ๆ ให้นอนสบายๆ จะได้ตื่นสายด้วยนาฬิกาปลุกไม่ใช่เสียงเจี๊ยวจ๊าวกรีดร้องของเด็กๆ ที่ทะเลาะกันหน้าประตูห้องนอนของเรา อิอิ...
เขียนยาวมากเลยวันนี้...ไปก่อนนะคะ คิดถึงทุกคนเหมือนเดิม
อัพเดทช่วงดึก...คึกๆๆ ได้เงินได้ทอง
ตั้งแต่มาอยู่นี่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปคู่กับอาเธอร์เลย วันนี้เลยจัดมาหนึ่งเซตกลัวแฟนๆ ลืมหน้า ตอนนี้อาเธอร์ผมยาวแล้ว พี่แทนไม่ให้ตัดเอง ชอบให้ผมเค้ายาวๆ มันหยิกๆ ดี (บ้าหนุ่มผมหยิกง่ะ) ดูหน้าตากวนๆ เฮ๊วๆ ดี โกนหนวดเคราทีนึงก็เป็นหนุ่มน้อยหน้าใส น่าหมั่นไส้มาก
ตอนกลับมาจากเมืองไทยชั่งน้ำหนักที่บ้านน้องอ้อ อาเธอร์หนัก 190 ปอนด์...ลูกหมูยักษ์ดีๆ นี่เอง แต่ว่ากลับมาพลีมัธแล้วไปทำงานมาอาทิตย์กว่าน้ำหนักลดไปสิบปอนด์ พุงยุบแย๊วววว...
ในรูปข้างล่างนี่นะเธอไม่สนใจดิชั้นเล๊ยยย เอาแต่จ้องเกมส์กับคุยทอสับกับเพื่อน เลยอาศัยทีเผลอประกบคู่ถ่ายมาได้แบบนี้ ดูก็รู้ว่าไม่ใยดีคุณพี่จริงๆ อิอิ...
หลายๆ ไดฯ ที่เค้าเขียนถึงแฟนกันเค้ามักจะเรียกคนของตัวเองว่า "ที่รัก" ฟังดูแล้วน่ารักชะมัด แต่พี่แทนไม่สามารถอ่ะ ก็ยังคงเป็นอาเธอร์ๆๆๆ มายอาเธอร์ฮาฟ เวลาเราคุยกันเราจะเรียกกันและกันว่า "เบบี๊" ดูจั๊กกะจี้ดีม๊ะคะ เรียกจนติดปากแล้ว บางทีอาเธอร์ก็เรียก แทนที่ร๊าก...แล้วก็ต้องต่อด้วย พ๊มรั๊กคุนมั่กๆ คั๊บ...
เวลาไปบ้านใครแล้วเจอบรรดาแม่ๆ อาเธอร์ก็จะแนะนำว่า คุนแม่ๆ...ม่ะวานนี้เค้าหันมาถามว่าคุณสอนผมว่าให้เรียกมัมว่าคุณแม่ แต่ผมได้ยินคุณเรียกมัมคุณว่า "แม่" (ออกเสียงชัดมาก) ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ พี่แทนไม่รู้จะตอบว่าไงเลยบอกไปว่า พวกรวยๆ คุณหนูๆ บ้านรวยๆ อ่ะเค้าเรียกมัมว่าคุณแม่ แต่ชั้นลูกชาวบ้านธรรมดาเลยเรียกแม่ ฮ่าๆๆ
ดูรูปเสร็จแล้วก็ลากันอีกครั้งล่ะน๊า...

สนใจชั้นบ้างสิเธ๊อออ...แอร๊ยยย